วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2555

Maturity in their work

0 ความคิดเห็น
"พายุกำลังจะมา โลกกำลังเปลี่ยน" มนุษย์เงินเดือนหากต้องการอยู่รอดต้องปรับตัวให้ได้ครับ
บทความที่แล้วผมนำเสนอแนวคิดการเอาตัวรอดของมนุษย์เงินเดือนยุค 2005
บทความนี้ผมจะต่อยอดจากบทความที่แล้วในข้อ "ทำงานให้เป็นเลิศ มาเช้า กลับช้า สร้างผลงานที่มีคุณภาพ"ซึ่งแน่นอน หากเราต้องทำอะไรที่เป็นเลิศ เราจำเป็นต้องมีวุฒิภาวะในการทำงาน

“วุฒิภาวะ คือ ความสามารถในการทำงานอย่างมีวินัยในตนเองไม่ว่าจะมีหัวหน้างานควบคุมอยู่ หรือไม่ก็ตาม เก็บรักษาเงินโดยไม่ใช้ตามใจ  และอดทนกับความอยุติธรรมโดยไม่คิดแก้แค้น”โดย Ann Landers จากหนังสือ Reader’s Digest Quotable Quotes

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างพฤติกรรมของคนทำงานใน 3 สถานการณ์คือ

 1.ขณะที่เพิ่งรับหน้าที่เป็นครั้งแรก 
 2.เมื่อมีความชำนาญในงาน 
 3.และเมื่อได้รับการเลื่อนตำแหน่ง 

ขณะได้รับหน้าที่ใหม่เป็นครั้งแรก คนทำงานที่มีวุฒิภาวะสูงจะทำสิ่งต่างๆต่อไปนี้
1.ตรงต่อเวลา ถ้างานเริ่มเก้าโมงเช้า ควรมาถึงตอนแปดโมงครึ่งเพราะมันเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้คุณโดดเด่นและสร้างความประทับใจได้

2.จิตใจที่พร้อม เมื่อคุณมาเช้า วางรายการสิ่งที่ต้องทำในวันนั้นๆ และตรวจสอบลำดับความสำคัญของงานกับหัวหน้างาน เท่านี้คุณก็พร้อมที่จะเริ่มทำงานตอนแปดโมงห้าสิบนาที

3.เรียนรู้ อย่างกระตือรือร้น เรียนรู้เกี่ยวกับองค์กร งาน และเพื่อนร่วมงานให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ก่อนที่จะเข้ามาเริ่มงาน เพราะมันจะทำให้คุณเห็นภาพคร่าวๆเกี่ยวกับงานของตน หากมีคำถามเพิ่มเติมก็สามารถสอบถามกับหัวหน้างานได้ โดยแนวคำถามต่อไปนี้จะช่วยให้คุณสร้างความประทับใจได้เป็นอย่างดี คือ ถ้าฉันต้องการประสบความสำเร็จในการทำงานที่นี่ควรปฏิบัติตนอย่างไร บรรทัดฐานการทำงานของที่นี่เป็นอย่างไร และอะไรคือสิ่งที่ควรและไม่ควรทำ งานใดที่มีความสำคัญสูงสุดของส่วนงานนี้ในช่วงสามเดือนข้างหน้า

4.อย่ารอเป็น ฝ่ายรับ คุณอาจเรียนรู้มาจากตอนอยู่มหาวิทยาลัยว่าองค์กรต่างๆจัดปฐมนิเทศก่อนเริ่ม งาน มีพี่เลี้ยงให้ หรือให้เริ่มต้นด้วยการฝึกอบรมก่อน แต่หลายๆองค์กรก็ไม่ได้มีทุกสิ่งที่คุณเคยทราบมา การที่สถานการณ์เป็นแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าองค์กรเหล่านี้ไม่ดี แต่เป็นเพราะความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของธุรกิจที่ทำให้องค์กรต่างๆทำ เรื่องนี้ได้ไม่ดีนัก แทนที่จะเสียเวลาคร่ำครวญ(เสียเวลาบ่น)ลองปฐมนิเทศให้ตนเองโดยการศึกษาสิ่งต่างๆด้วยตนเอง อ่านเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้อง และเติมกิจกรรมที่เหมาะสมเพื่อที่ตนเองจะได้ไม่มีเวลาว่าง


ถ้าคุณสามารถทำทำตามขั้นตอนเหล่านี้ได้ต่อเนื่องเป็นเวลาสามปีคุณก็ สามารถที่จะเป็นผู้ที่มีความชำนาญในงานของตน พยายามดึงตนเองไม่ให้ติดกับดักความสบาย เมื่อคุณเป็นผู้ที่มีความชำนาญในงานของตน คนทำงานที่มีวุฒิภาวะสูงจะทำสิ่งต่างๆต่อไปนี้



1. อาสาทำงานเพิ่มในองค์กร  ส่วนมากจะมีกิจกรรมและโครงการที่เป็นตัวขับเคลื่อนองค์กรอยู่ ให้อาสาเข้าร่วมในโครงการเหล่านี้โดยระบุว่าจุดแข็งของคุณคืออะไรที่สามารถใช้กับงานโครงการนั้นๆได้ เช่น ถ้าคุณเก่งด้านการทำสไลด์ในการนำเสนอ ให้อาสาเข้าร่วมโครงการเพื่อเป็นผู้นำเสนอของโครงการ

2.สอนผู้อื่นเมื่อคุณเป็นผู้ที่มีความชำนาญในงานของตนคุณจะสามารถทำงานของตนได้โดยใช้เวลาและความพยายามน้อยกว่าเมื่อ 1-2 ปี ก่อน คุณจึงควรใช้เวลาอย่างมีคุณค่า สอนงานผู้อื่น แทนที่จะเล่นอินเตอร์เน็ตหรือเฟสบุ๊ค คุณสามารถใช้เวลาที่มีนี้สอนเพื่อนร่วมงาน น้องใหม่ หรือแสดงความจำนนว่าต้องการเป็นอาสาสมัครกับฝ่ายบุคคล ที่จะทำให้คุณเป็นนักฝึกอบรมมือสมัครเล่นที่สามารถช่วยปฐมนิเทศพนักงานใหม่ ทั้งในและนอกแผนกของคุณ


3. เป็นพี่เลี้ยง อาสาเป็นพี่เลี้ยงให้แก่พนักงาน 1-2 คน สิ่งที่พี่เลี้ยงทำคือช่วยให้พวกเขาปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรได้ดีมากขึ้นหรืออาจช่วยให้พนักงานที่มีอาวุโสมากกว่าทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น คุณควรเลือกเป็นพี่เลี้ยงให้แก่ผู้อื่นในเรื่องที่เป็นจุดแข็งของตน



4. ของานทำเพิ่ม ถ้าคุณทำงานที่มีอยู่ได้ดีเยี่ยม และทำสามข้อด้านบนได้หมดแล้ว ก็ถึงเวลาที่คุณจะของานอื่นทำเพิ่มเติมจากที่มีอยู่ โดยของานที่มีคุณค่าสูงและมีความท้าทาย แต่อย่าขอค่าตอบแทนหรือตำแหน่งที่เพิ่มขึ้น เพราะสิ่งเหล่านี้จะตามมาเองเมื่อคุณแสดงให้เห็นว่าคุณมีความความสามารถ เพียงพอ ในทางกลับกันคนที่ขาดวุฒิภาวะต่างหากที่ขอค่าตอบแทนและตำแหน่งเพิ่มก่อนที่ จะแสดงให้เห็นได้ว่าตนเองมีความสามารถเพียงใด



ถ้าคุณสามารถทำทำตามขั้นตอนเหล่านี้ เท่ากับว่าคุณได้แสดงให้เห็นถึง ภาวะผู้นำ ความรับผิดชอบ และความสามารถในการสื่อสาร ซึ่งเป็นไปได้สูงว่าคุณจะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง และเมื่อคุณได้รับการ เลื่อนตำแหน่ง คนทำงานที่มีวุฒิภาวะสูงจะทำสิ่งต่างๆต่อไปนี้


1.เรียนรู้ที่จะทำหน้าที่ของตนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

2.อย่าทำสิ่งเดิมๆที่ทำให้คุณประสบความสำเร็จ  เพราะการเลื่อนตำแหน่งนั้นหมายถึงหน้าที่ที่เปลี่ยนไป คุณต้องเป็นหัวหน้างานที่คอยชี้แนะผู้อื่น ทำให้ลักษณะงานเปลี่ยนไปจากเดิมที่เคยทำงานต่างๆด้วยตนเอง คุณต้องผันตัวไปเป็นผู้จัดการที่สร้างผลงานผ่านลูกน้องแทน ทักษะที่ต้องใช้มากๆคือการสื่อสารและโน้มน้าวใจผู้อื่น อย่าพยายามทำงานให้เกิดผลสำเร็จด้วยตนเอง แต่ให้ทำตัวเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ

3. เรียนรู้เกี่ยวกับทีมงานและวิธีที่จะทำงานร่วมกับพวกเขา

4.สรรหาพี่เลี้ยงที่เก่งในด้านการบริหารบุคคลากร
Read more ►

วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เล่าสู่กันฟัง

0 ความคิดเห็น
สวัสดีครับ ผมชื่อ เดชา  ผมเป็นผู้ชายชื่อ ต้น ครับ
นั้นเป็นเหตุและผลที่บล็อกนี้ใช้ชื่อว่า tondecha
อาจมีคำถามในใจผู้อ่านว่าแล้วทำไมไม่ตั้งชื่อบล็อกว่า ton หรือ decha เฉย ๆ ทำไมต้อง tondecha

เหตุผลเป็อย่างนี้ครับ
แรกเริ่มเดิมทีผมตั้งใจจะทำเวบไซต์ส่วนตัวโดยใช้ชื่อว่า decha ดอท com แต่มีคนใช้โดเมนนี้แล้ว
ชื่อที่สองที่ผมจะใช้ก็คือ อำนาจเจริญ ดอท com ก็มีคนใช้แล้วอีกเช่นกัน
ชื่อเวบไซต์ที่สามที่ผมเลือกไว้คือ tonamnat หรือไม่ก็ dechaamnat  สองชื่อนี้สมารถใช้ได้ แต่ผมรู้สึกฟังๆๆแล้วไม่เข้าหูสักเท่าไหร่ครับ 
จนแล้วจนรอดก็มาได้ชื่อน้แหละtondecha อ่านเป็นภาษาไทยคือ ต้นเดชา  ผมฟังแล้วให้ความรู้สึกเป็นตัวผมเองมากๆ ก็เลยใช้ชื่อนี้เลยครับ

แล้วจะมาเขียนบล็อกนี้ทำไม ทำไมไม่เอาเวลาไปทำอย่างอื่น
สาเหตุที่ต้องเขียนบล็อกนี้เหรอครับ ผมจะเล่าให้ฟังนะครับ เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ มีอยู่วันหนึ่งผมไปอ่านเจอข้อความ ผมจำข้อความนี้ไม่ได้หรอกครับ แต่จำเนื้อหาได้ว่า ให้เลิกคิดว่าเราทำแล้วเราได้อะไร แต่ให้คิดว่าทำแล้วคนอื่นได้อะไร (มันเป็นความเอื้ออาธรเล็กๆน้อยๆแต่ให้ความรู้สึกที่ลึกซึ้งมากครับ) และด้วยความที่ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือ และเป็นคนที่ชอบเล่า ชอบคุย ผมเลยตั้งใจว่าจะนำเรื่องดีๆที่ผมไปเจอ ข้อความโดนใจ ข้อมูลร้านอาหาร  บทความให้กำลังใจ หรือบทความวิชาการ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่เห็นว่าอ่านแล้วมีประโยชน์ ผมจะนำมาเล่าให้ฟังผ่าน บล็อก tondecha ครับ

อีกเหตุผลหนึ่งที่ผมตัดสินใจแนวแน่ที่จะเขียนบล็อก บอกเล่าเรื่องราวของผู้ชายที่ชื่อ เดชา  (ที่คิดว่ามีประโยชน์กับผู้อื่นด้วย) ก็คือผมเป็นมนุษย์เงินเดือนครับ

มึงเป็นมนุษย์เงินเดือนแล้วมันเกี่ยวกับการเขียนบล็อกตรงไหน
แน่นอนครับในเมื่อผมเป็นมนุษย์เงินเดือน ก็แสดงว่าผมต้องมีหัวหน้างานครับ และหัวหน้างานผมก็ไม่ได้สั่งให้ผมเขียนบล็อกหรอกครับ  จริงๆแล้วมันไม่เกี่ยวกับหัวหน้าหรือหัวหลังใครทั้งนั้นแหละครับ ผมเกี่ยวกับผมเองที่บังเอิญผมได้ไปอ่านบทความและมีบทความหนึ่งกล่าวถึงทอมปีเตอร์ส (Tom Peters) กูรูด้านการจัดการที่โด่งดังคนหนึ่ง ซึ่งTom Peters ได้ให้แนวคิดเรื่องการเอาตัวรอดสำหรับมนุษย์เงินเดือนในยุค 2005 เขาบอกไว้ว่าดังนี้
1. ต้องเก่งอะไรบางอย่าง รู้จริงซักเรื่อง ไม่ใช่รู้มากมายแต่ไม่เก่งซักอย่าง

2. สร้างสรรค์ผลงาน ให้คนรู้ว่าเรามีความสำเร็จอะไรบางอย่างที่เจ๋งจริงๆ สร้าง วาวโปรเจ็คท์

3. มีจุดขายของตนเองที่เด่นชัด สามารถจะระบุได้ด้วยคำพูดเพียงแปดคำ

4. สร้างเครือข่าย ไม่ใช่เป็นแค่คนโปรดของนายเพียงคนเดียว หาพรรคพวกทั้งในและนอกองค์กร เพื่อเรียนรู้และมีสายสัมพันธ์ที่กว้างขวาง

5. มีจิตวิญญาณของเถ้าแก่ นอนน้อย ทำงานเยอะมองหาโอกาสต่างๆให้คิดว่าตนเอง เแป็นเจ้าของธุรกิจ อย่าคิดว่าเป็นลูกจ้าง เพราะวันหนึ่งคุณอาจจะถูกบังคับ ให้เป็นเถ้าแก่ จะได้พร้อมเสมอ

6. ทำงานหลายอย่างเป็น ตั้งแต่นักกลยุทธ์ ไปจนภารโรง

7. มีอารมณ์ขัน มองโลกในแง่ดี กล้าลองผิด เรียนรู้ แล้วเดินต่อไป

8. มั่นใจในตัวเอง ทำตัวให้เป็นคนที่น่าสนใจในที่ทำงาน

9. ใฝ่รู้เทคโนโลยี สร้างเว็บไซด์ของตนเอง หรือสร้างเว็บบล๊อคของตัว

10. เรียนรู้ที่จะใช้การตลาดกับตัวเอง เป็นนักเล่าเรื่องของตัวเองที่ทำให้คนสนใจอยากฟัง

11. ทำงานให้เป็นเลิศ มาเช้า กลับช้า สร้างผลงานที่มีคุณภาพ

12. ใฝ่รู้ ไม่หยุดการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทักษะใหม่ๆ อย่ามุ่งเน้นการเรียนรู้เพื่อเอาวุฒิ ให้มุ่งเน้นการนำความรู้ไปใช้งานจริงๆ
ทั้งหมด 12 ข้อ ผมทำไม่ได้สักข้อ ผมก็ขอเริ่มจากการมีบล็อกมีเวบไซต์ส่วนตัวก่อนแล้วกันครับ(นี้เป็นแนวคิดการเอาตัวรอดสำหรับมนุษย์เงินเดือนในยุค 2005 ตอนนั้นผมยังไม่รู้จักบล็อกเลยครับ)

โปรดติดตามเรื่องราวมนุษย์เงินเดือนที่ชื่อ ต้นเดชา จากบล็อก http://tondecha.blogspot.com นะครับ ผมสัญญาว่าจะนำแต่เรื่องดีๆๆมาฝากครับ 



Read more ►
 

Copyright © ไอเดียชีวิต Design by O Pregador | Blogger Theme by Blogger Template de luxo | Powered by Blogger